[x] Դ˹ҵҧ
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 35 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
เว็บลิงค์
ระบบอีเซอร์วิส
ระบบการเคลื่อนย้ายสัตวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(เจ้าหน้าที่)
ระบบการเคลื่อนย้ายสัตวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(ผู้ประกอบการ)
ระบบการทำเครื่องหมายและขึ้นทะเบียนสัตว์แห่งชาติ
เว็บเมล์กรมปศุสัตว์
ระบบจัดเก็บเอกสารกรมปศุสัตว์
ระบบฐานข้อมูลเกษตรกรผูัเลี้ยงสัตว์
ระบบบริหารการปฏิบัติงานกรมปศุสัตว์(E-Operation)
รับสมัครงาน
ระบบเอกสารเผยแพร่ กรมปศุสัตว์
IDP สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร
ภัยพิบัติ

พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google

  

  หมวดหมู่ : บทความด้านสุขภาพสัตว์
เรื่อง : โรค PRRS
โดย : admin
เข้าชม : 8892
จันทร์ ที่ 10 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

โรค PRRS ติดต่อในสุกร (Procine Reproductive and Respiratory Syndrome)

เป็นโรคที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการของโรคในระบบสืบพันธุ์  และทางเดินหายใจในสุกรที่เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูล Arteriviridae  เชื้อไวรัสสามารถขับออกมาจากร่างกายของสุกรป่วยทางอุจจาระ  ปัสสาวะ  ลมหายใจ และน้ำเชื้อ  ซึ่งสามารถติดต่อหรือแพร่ไปยังสุกรตัวอื่นๆ  ได้โดยการกินหรือการสัมผัสโดยตรง  เช่น  การดม  การเลีย หรือการผสมพันธุ์  นอกจากนี้  ยังสามารถติดต่อทางระบบทางเดินหายใจหรือผ่านวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ภายในฟาร์มที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส
อาการ
โดยลำพังเชื้อไวรัสพี อาร์ อาร์เอส เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้สุกรแสดงอาการให้เห็นอย่างเด่นชัด  แต่ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ มาประกอบกัน  จึงทำให้แสดงอาการของโรคได้  อาการและความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อไวรัส  การจัดการดูแลสุขภาพสัตว์ความสะอาดในฟาร์ม  การถ่ายเทอากาศภายในโรงเรือน และสุขภาพของสุกรในฝูง  เมื่อมีการติดเชื้อไวรัสพี อาร์ อาร์ เอส  ครั้งแรกในฝูงเชื้อจะแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วสุกรจะมีไข้สูงนอนสุมกันตัวแดงไม่กินอาหาร  สุกรพันธุ์จะแท้งมีลูกตายแรกคลอด หรืออ่อนแอ  อาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือท้องเสียขึ้นอยู่กับภาวะโรคที่แทรกซ้อน  เชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดในฟาร์มนี้จะกระตุ้นให้สุกรส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกัน  หลังจากนั้นเชื้อจะแพร่ระบาดในฟาร์มอย่างช้าๆ  การสูญเสียจะไม่รุนแรงส่วนใหญ่สร้างภูมิคุ้มกัน  หลังจากนั้น เชื้อจะแพร่ระบาดในฟาร์มอย่างช้าๆ  การสูญเสียจะไม่รุนแรงส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะแอบแฝง  เช่น  ผลผลิตต่ำ  หรือ มีการติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย หรือไวรัสตัวอื่นๆ  ซึ่งปัญหาที่พบหลังจากที่ผ่านการระบาดครั้งแรกมาคือ  ปัญหาระบบทางเดินหายใจในสุกรหย่านม  เนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคที่ได้รับถ่ายทอดจากแม่ลดลง
การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคโดยการตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคต่อเชื้อพี อาร์ อาร์ เอส และการตรวจแยกพิสูจน์เชื้อ  โดยการเก็บตัวอย่างซีรั่มจากแม่สุกรที่แท้งลูก  สุกรที่แท้งหรือตายแรกคลอด  ซีรั่มของลูกสุกรป่วยหรืออวัยวะ  เช่น  ต่อมน้ำเหลือง  ทอนซิล  ม้าม  ปอด หรือส่งทั้งตัว  โดยแช่เย็นในกระติกน้ำแข็ง และนำส่งทันที  ถ้าไม่สามารถส่งตรวจได้ในวันนั้นให้เก็บแช่ช่องแข็งและควรส่งตรวจภายใน  3 วัน โดยส่งตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการที่รับผิดชอบพื้นที่

การติดต่อ
เชื้อไวรัสจะถูกขับออกมาจากร่างกายของสุกรป่วย  ทางอุจจาระ  ปัสสาวะ  ลมหายใจ และน้ำเชื้อ และติดต่อไปยังสุกรตัวอื่นโดยการกิน หรือการสัมผัสโดยตรง  เช่น  การดม  การเลีย  หรือการผสมพันธุ์  นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อผ่านอากาศที่หายใจ หรือผ่านวัสดุ  อุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ  ภายในฟาร์มที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส  
เชื้อไวรัสสามารถแพร่ระบาดจากฟาร์มหนึ่งไปยังอีกฟาร์มหนึ่งได้โดยการเคลื่อนย้ายสุกรป่วย หรือสุกรที่เป็นพาหะของโรคเข้ามารวมฝูง โดยทั่วไปพบว่าเชื้อไวรัสที่  ถูกขับออกจากร่างกายสุกรป่วย สามารถแพร่กระจายจากจุดเกิดโรคไปในอากาศได้ไกลถึงรัศมี  ๓  กิโลเมตร  และหากมีองค์ประกอบของแรงลมเข้ามาเกี่ยวข้อง  อาจทำให้โรคแพร่ กระจายได้ไกลขึ้น  นอกจากนี้ยังพบว่าโรคสามารถแพร่ระบาดผ่านทางน้ำเชื้อของพ่อพันธุ์  ไปยังฟาร์มอื่นๆ ได้  โดยเฉพาะการผสมเทียม หรือแพร่เชื้อ  ผ่านวัสดุ  อุปกรณ์ หรือยานพาหนะ  ที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส  รวมทั้งนก  หนู หรือบุคลากรจากฟาร์มหนึ่งไปอีกฟาร์มหนึ่ง  ส่วนการแพร่เชื้อไวรัสผ่านเนื้อสุกรหรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสุกรยังไม่เป็นที่ชัดเจน
การรักษา
เนื่องจากโรคพี อาร์ อาร์ เอส  มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสจึงยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ  การรักษาสุกรที่ป่วยโรคนี้  จึงเป็นการรักษาตามอาการป่วย และการบำรุงร่างกายสัตว์ป่วย  เช่น  การให้สารเกลือแร่  วิตามิน  การเปลี่ยนสูตรอาหารที่ให้พลังงานสูง และให้ยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน  ซึ่งอาจให้โดยการฉีดผสมน้ำ หรือผสมอาหาร

การป้องกันโรค
1.  สุกรที่จะนำเข้ามาทดแทนในฝูง ควรมาจากแหล่งที่ปลอดเชื้อไวรัสพี อาร์ อาร์ เอส
2.  ก่อนจะนำสุกรใหม่เข้ามารวมฝูง ควรทำการกักกันอย่างน้อย 2 ขั้นตอน คือ กักที่ต้นทางก่อนการเคลื่อนย้าย และกักที่ปลายทางก่อนนำเข้ารวมฝูง ซึ่งระหว่างที่กักควรสุ่มตรวจหาโรคโดยวิธีทางซีรั่มวิทยาด้วย
3.  จำกัดและควบคุมการเข้าออกฟาร์ม โดยอาจให้มีการเปลี่ยนเสื้อผ้า หรือพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม
4.  ไม่ให้รถขนอาหารเข้าไปในสถานที่เลี้ยงสุกร
5.  ไม่เข้าไปดูหรือสัมผัสกับสุกรฝูงที่แสดงอาการป่วย
6.  ปัจจุบันวัคซีนสำหรับป้องกันโรคพี อาร์ อาร์ เอส ที่มีอยู่ ยังมีข้อจำกัดในการใช้อยู่หลายประการซึ่งเกษตรกรควรคำนึงถึง ดังนี้
6.1 ราคาแพง ดังนั้นควรคำนึงถึงความคุ้มทุนโดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการทำวัคซีน เพราะโรคนี้หากมีการจัดการที่ดีจะไม่ทำให้เกิดอาการที่รุนแรง
6.2 ชนิดของเชื้อที่นำมาทำวัคซีน หากไม่ใช่เชื้อชนิดเดียวกัน หรือใกล้เคียงกับชนิดที่ทำให้เกิดโรคในฟาร์มจะให้ภูมิคุ้มกันโรคที่ไม่ดี
6.3 ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นและตรวจพบจากซีรั่มไม่สามารถแยกได้ว่าเกิดจากวัคซีนหรือการติดเชื้อ
6.4 วัคซีนที่ผลิตจากเนื้อเยื่อที่ไม่บริสุทธิ์ อาจนำโรคอื่นๆ ติดมาถึงสุกรได้
6.5 การใช้วัคซีนเป็นเชื้อไวรัสสามารถผ่านออกมาทางน้ำเชื้อได้เป็นเวลานาน และอาจมีผลให้ตัวอสุจิมีรูปร่างผิดปกติและเคลื่อนไหวช้าลง นอกจากนี้ในสุกรอุ้มท้อง อาจผ่านรกไปถึงลูกอ่อนทำให้เกิดการติดเชื้อในลูกอ่อนได้
หากพบเห็นสุกรป่วยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ หรือเบอร์โทรศัพท์ Call center 085-660 9906

อาการของโรค

ภาพที่ 1 อาการทางคลินิกของ สุกรแม่พันธุ์ และสุกรสาว


ภาพที่ 2 อาการทางคลินิกของสุกรขุน





4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 3 ครั้ง.

บทความด้านสุขภาพสัตว์5 อันดับล่าสุด

      การทำหมันสุนัขเพศผู้โดยไม่ผ่าตัดทำได้จริงหรือ? 13/ต.ค./2557
      การระบาดโรคของสัตว์ในหน้าฝน 15/พ.ค./2557
      การผสมเทียม 6/พ.ค./2557
      โรค PRRS 10/ก.พ./2557
      โรคไข้หวัดนก 10/ก.พ./2557