[x] Դ˹ҵҧ
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 36 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[admin]
เว็บลิงค์
ระบบอีเซอร์วิส
ระบบการเคลื่อนย้ายสัตวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(เจ้าหน้าที่)
ระบบการเคลื่อนย้ายสัตวผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์(ผู้ประกอบการ)
ระบบการทำเครื่องหมายและขึ้นทะเบียนสัตว์แห่งชาติ
เว็บเมล์กรมปศุสัตว์
ระบบจัดเก็บเอกสารกรมปศุสัตว์
ระบบฐานข้อมูลเกษตรกรผูัเลี้ยงสัตว์
ระบบบริหารการปฏิบัติงานกรมปศุสัตว์(E-Operation)
รับสมัครงาน
ระบบเอกสารเผยแพร่ กรมปศุสัตว์
IDP สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดยโสธร
ภัยพิบัติ

พยากรณ์อากาศ
 
ค้นหาจาก google

  

  หมวดหมู่ : บทความด้านพัฒนาคุณภาพสินค้า
เรื่อง : สารเร่งเนื้อแดง
โดย : admin
เข้าชม : 783
จันทร์ ที่ 10 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ปักหมุดและแบ่งปัน
     

beta-Agonist / สารเร่งเนื้อแดง

สารในกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์ (beta-agonist) เช่น ซัลบูทามอล (Salbutamol) ซิมบูเทอรอล (Cimbuterol) เคลนบูเทอรอล (Clenbuterol) มาเพนเทอรอล (Mapenterol) แรคโตพามีน (Ractopamine) เคลนเพนเทอรอล (Clenpenterol) ไซมาเทอรอล (Cimaterol) คาบูเทอรอล (Cabuterol) มาบิวเทอรอล (Mabuterol) ทูโลบูเทอรอล (Tulobuterol) โบรโมบูเทอรอล (Bromobuterol) เทอบูทาลีน (Terbutaline)

สารในกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์เป็นตัวยาสำคัญที่ใช้ยาบรรเทาโรคหอบ หืด ช่วยในการขยายหลอดลม มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกคลายตัว และช่วยให้กล้ามเนื้อขยายตัว เพิ่มการสลายตัวไขมันที่สะสมในร่างกาย
ในประเทศไทย ได้มีการนำสารในกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์โดยเฉพาะ เคลนบิวเทอรอล (Clenbuteral) และซัลบูทามอล (Salbutamol) มาใช้เติมลงในอาหารหมู สารนี้จะตกค้างในเนื้อหมู มาถึงผู้บริโภค เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรู้จักและเริ่มใช้สารบีตา-อะโกนิสต์ โดยเฉพาะเคลนบิว-เทอรอลมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 โดยใช้ชื่อทางการค้าต่างๆ กัน เช่น เลนดอล โดโซลบี แอมโปรฟีด บีดอล 2201 และแมคโต-เอส เป็นต้น
เนื่องจากไม่มีการใช้เคลนบิวเทอรอลในยาคน และความเข้มงวดในการสั่งนำเข้าประเทศ ดังนั้นสารเร่งเนื้อแดงอีกชนิดหนึ่งที่นิยมในปัจจุบันคือ ซัลบูทามอล (Salbutamol) ซึ่งหาซื้อได้ง่ายกว่าเพราะมีการใช้เป็นยาของคน แต่นำซัลบูทามอลมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ คือใช้เป็นสารเร่งเนื้อแดงโดยผสมในอาหารและน้ำสำหรับเลี้ยงหมู เพื่อให้ซากหมูมีเนื้อแดงมาก มีไขมันน้อยซึ่งทำให้ได้ราคาดี
ผลของสารเร่งเนื้อแดงต่อหมู
 
ก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อตัวสัตว์ ทำให้สัตว์เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วขึ้น ในสัตว์บางชนิดอาจพบการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ การสร้างความร้อนในตัวสัตว์ที่เพิ่มขึ้น มีผลทำให้สัตว์ทนต่อความร้อนได้ลดน้อยลง และอาจเกิดภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) ได้
หมูที่ยังมีชีวิตอยู่สามารถสังเกตุมีลักษณะมัดกล้ามนูนเด่นกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณสะโพก สันหลัง หรือบริเวณหัวไหล่ ถ้าได้รับปริมาณสูงมากๆ หมูจะมีอาการสั่นอยู่ตลอดเวลา
ผลของสารเร่งเนื้อแดงต่อซากหมู
ทำให้คุณภาพซากหมูมีเนื้อแดงเพิ่มมากขึ้น ไขมันน้อยลง ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
เปอร์เซ็นต์การตัดแต่งชิ้นส่วนย่อยตามมาตรฐานทางการค้าสุกรทดลอง (MEAN+SE) 1

ลักษณะที่ศึกษา สูตรควบคุม สูตรซัลบูทามอล
น้ำหนักซากเย็น (กิโลกรัม/ตัว) น้ำหนักชิ้นส่วนการตัดแต่ง (%) 1/สันในสันนอกสะโพกไหล่สามชั้นซี่โครงกระดูกรวมไขมันรวม (%) เนื้อแดงรวม (%) เนื้อติดกระดูก (%) 76.70 + 5.25ข1.21 + 0.11ข8.37 + 0.74ข17.39 + 1.26ข9.36 + 0.74ข14.92 + 1.19ก4.97 + 0.567.79 + 0.60ก13.68 + 2.35ก44.40 + 2.44ข15.13 + 0.95 80.53 + 8.24ก1.34 + 0.12ก9.05 + 0.80ก19.70 + 1.03ก10.50 + 0.61ก13.98 + 1.18ข4.93 + 0.477.41 + 0.99ข10.87 + 1.65ข49.17 + 1.93ก15.31 + 0.85
1/ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักซากเย็น ก-ข อักษรที่แตกต่างกันในแถวเดียวกันแสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P< 0.01) ค-ง อักษรที่แตกต่างกันในแถวเดียวกันแสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.05)

การเกิดเนื้อซีดฉ่ำน้ำ (PSE) ลดลง
เนื้อสีแดงคล้ำกว่าปกติ เมื่อหั่นทิ้งไว้จะมีลักษณะเนื้อค่อนข้างแห้ง
อันตรายจากการบริโภคเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้าง
การบริโภคเนื้อสัตว์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด หลอดลม กระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น อาจมีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะ บางรายมีอาการเป็นลม นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางจิตประสาท และเป็นอันตรายมากสำหรับหญิงมีครรภ์และผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไฮเปอร์ไทรอยด์
ประเทศไทยและต่างประเทศได้ห้ามใช้สารกลุ่มนี้ในการผลิตอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์ กำหนดให้อาหารทุกชนิดมีมาตรฐานโดยตรวจไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มบีตา-อะโกนิสต์ และเกลือของสารกลุ่มนี้ รวมถึงสารในกระบวนการสร้างและสลาย หรือเมแทบอไลต์(metabolite) ของสารดังกล่าวด้วย การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนสารเคมีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการตรวจวิเคราะห์ทางวิชาการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประกาศ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 มาตรา 6 (5) , 57

เรียบเรียงโดย:ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์
ตรวจทานโดย:ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นิธิยา รัตนาปนนท์





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทความด้านพัฒนาคุณภาพสินค้า5 อันดับล่าสุด

      นมโรงเรียน 21/มิ.ย./2559
      สารเร่งเนื้อแดง 10/ก.พ./2557